การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance : PM)

การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance : PM)

Preventive Maintenance

การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance : PM)

คือ การดำเนินการกิจกรรมซ่อมบำรุงตามกำหนดเวลาก่อนที่เครื่องจักรจะเกิดชำรุดเสียหาย ป้องกันการหยุดของเครื่องจักรโดยเหตุฉุกเฉิน สามารถทำได้ด้วยการตรวจสภาพเครื่องจักร การทำความสะอาดและหล่อลื่นโดยถูกวิธี การปรับแต่งให้เครื่องจักรที่จุดทำงานตามคำแนะนำของคู่มือรวมทั้งการบำรุงและเปลี่ยนชิ้นอะไหล่ตามกำหนดเวลา เช่น การเปลี่ยนลูกปืน ถ่ายน้ำมันเครื่อง อัดจารบี ฯลฯ

Preventive Maintenance มีความสำคัญอย่างไร???

1.) ลดปัญหาความขัดข้องระหว่างการผลิต การป้องกันด้วยแนวคิด Preventive Maintenance ช่วยลดปัญหาความขัดข้องระหว่างการผลิตได้เป็นอย่างดี เนื่องจากการตรวจสอบอุปกรณ์และเครื่องจักรในชิ้นส่วนต่างๆ ที่อาจเกิดความเสียหาย จะทำให้เราสามารถแก้ไขข้อผิดพลาดในเบื้องต้นได้อย่างทันท่วงที และไม่ก่อให้เกิดปัญหาการผลิตล่าช้า จนทำให้เกิดการค้างสต๊อกหรือการสูญเสียรายได้ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง

2.) ยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น Preventive Maintenance คือ การป้องกันความเสียหายที่สามารถยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรให้ยาวนานมากยิ่งขึ้นด้วยการรักษาชิ้นส่วนต่างๆ และสภาพของเครื่องจักรให้อยู่ในสภาพที่ดี โดยการหมั่นตรวจเช็คอย่างสม่ำเสมอ

3.) สร้างผลผลิตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เมื่อเรามีมาตรการป้องกันความเสียหายของเครื่องจักรเป็นอย่างดีแล้ว แน่นอนว่าจะช่วยทำให้เครื่องจักรสามารถสร้างผลผลิตและสินค้าต่างๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้อย่างแน่นอน อีกทั้งยังช่วยในการลดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ที่เกิดจากปัญหาขาดการบำรุงรักษาได้อีกเช่นกัน

ประโยชน์ของการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
1.) สามารถยืดอายุการทำงานของเครื่องจักรและป้องกันการชำรุดเสียหายระหว่างการใช้งาน
2.) ทำได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว ไม่กระทบกับการผลิต เพราะมีกำหนดเวลา มีข้อมูล และวิธีการทำงานพร้อม
3.) ลดเวลาที่หยุดชะงักเนื่องจากเครื่องจักรชำรุดระหว่างการผลิตลงได้
4.) สามารถลดอุบัติเหตุหรืออันตรายเนื่องจากการชำรุดของเครื่องจักรลงได้
5.) ทำให้วางแผนได้ง่าย และทำให้สามารถใช้พนักงานซ่อมบำรุงตลอดจนอุปกรณ์และเครื่องมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.acaser.eng.psu.ac.th และ https://minimore.com